วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

กฎเหล็กของการออม

กฎเหล็กของการออม







กฎเหล็กของการออม เคยแปลกใจไหมว่าทำงานมาตั้งหลายปีแล้วทำไมเก็บเงินไม่ได้เลย เคยกลัวบ้างไหมว่าวันหนึ่งหากมีปัญหาตกงานขาดรายได้ หรือเจ็บป่วยต้องใช้เงินในการรักษาพยาบาลจะทำอย่างไร? ยังมีอีกไหมที่ทำงานมีเงินเดือนแล้วแต่ยังแบมือขอเงินพ่อแม่ทุกเดือน แต่งงานมีครอบครัวแล้วแต่ยังต้องพึ่งพาพ่อแม่ญาติพี่น้องเรื่องเงินตลอดเวลา เคยแปลกใจไหมว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น คำตอบง่ายๆ คือ ไม่ใส่ใจเรื่องการออม ไม่เห็นความสำคัญของการออม รู้สึกว่าการออมทำให้ชีวิตลำบาก คิดว่าเงินเดือนน้อยออมไม่ได้ พ่อแม่ร่ำรวยเลยไม่รู้จะออมไปทำไม รอเงินเดือนมากหน่อยแล้วค่อยออม ฯลฯ นี่คือสัญญาณอันตรายทางด้านการเงินในอนาคตของคนที่มีความคิดดังกล่าว หาเงิน ออมเงิน ใช้เงิน หลายคนทำได้เพียงสองข้อคือ หาเงินและใช้เงิน ไม่เคยสัมผัสคำว่าออมเงิน คือ เป็นคนมองโลกแง่ดีมากๆ มีงานทำมีเงินเดือนทุกเดือน ทำไปเรื่อยๆ เงินเดือนก็จะเพิ่มมากขึ้น แต่ลืมมองอีกด้านหนึ่งว่าเราก็ต้องอายุมากขึ้นทุกวันอาจเจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ หรือบริษัทมีปัญหาอาจลดพนักงาน เราก็มีสิทธิตกงานได้ งานใหม่ก็ใช่ว่าจะหาได้ทันควัน ช่วงนั้นจะทำอย่างไรถ้าไม่มีเงินเก็บไว้บ้าง วงจรของชีวิตคนเราจะไปอีกไกล และตลอดเส้นทางเงินเป็นปัจจัยสำคัญพอสมควรทีเดียวที่จะพาชีวิตเราดำเนินไปอย่างมีความสุข ก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรอ เรามาตัดสินใจออมกันตั้งแต่วันนี้ดีกว่า ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นการออมในขณะที่ยังมีรายได้อยู่ แต่อาจจะต้องหนักหน่อยกว่าจะถึงเป้าหมายหากเริ่มช้า แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เริ่ม และเพื่อให้เราบรรลุเป้าหมายการออมคงต้องมีกฎเหล็กกันหน่อยเพื่อเป็นกติกาช่วยให้เราไปถึงดวงดาว



1. บอกตัวเองให้เริ่มต้นการออมให้เร็วที่สุด เช่น เมื่อเริ่มทำงานได้รับเงินเดือนเดือนแรก ควรกำหนด แผนการออมและเป้าหมายเงินออมที่ต้องการ เพราะเรามีเวลาการออมประมาณ 38 ปีเท่านั้น

2. บอกตัวเองให้เก็บก่อนใช้ แบ่งเงินให้ดีจะออมเท่าไร? ต่อเดือน กำหนดวงเงินให้ ชัดเจน และบริหารเงินที่เหลือให้เพียงพอใช้จ่าย

3. บอกตัวเองให้ออมให้ได้มากที่สุด เพื่อเพียงพอสำหรับอนาคตและชีวิตหลังเกษียณ

4. บอกตัวเองให้ออมอย่างมีวินัยและสม่ำเสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะไม่แก้ปัญหาด้วยการหยุดการออม

5. บอกตัวเองให้เลือกเครื่องมือการออมให้เหมาะสม เพื่อให้เราบรรลุเป้าหมายการออมได้ทั้งระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว

6. บอกตัวเองจะไม่ก่อหนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัว ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายให้เหมาะสม

7. บอกตัวเองว่าจะไม่ทำตัวให้เป็นภาระของคนอื่นในเรื่องการเงิน
จริงๆ แล้วกฎเหล็กทั้ง 7 ข้อนั้น เปรียบเสมือนคำมั่นสัญญาที่เราให้ไว้กับตัวเองเพื่อให้เราบรรลุเป้าหมายในการออม

หากเราปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเราก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่เราตั้งไว้ได้ไม่ยาก แต่หากเราไม่ใส่ใจปฏิบัติตามโอกาสไปถึงดวงดาวก็คงยาก ประโยชน์จากการออมไม่ได้ตกอยู่ที่ใคร เป็นประโยชน์ของเราเองทั้งนั้น จะเริ่มออมได้หรือยัง?

คงต้องถามตัวเอง.



คำถามเด็กๆนะจ๊ะ
- หาเงิน กับใช้เงินแตกต่างกันอย่างไร
- ยกตัวอย่างกฎเหล็กของการออมเงินมา 2 ข้อ
- คุณมีหลักการใช้เงินในชีวิตประจำวันอย่างไร


http://namchiang.com/smf/index.php?topic=3290.0

นายโอฬาร กาญจนเสถียร 5001103153 c2/1 บริหารการเงิน

3 ความคิดเห็น:

  1. คำตอบ
    1.หาเงิน คือ การที่เราหาเงินมาเเล้วเงินยังอยู่กับเรา
    ใช้เงิน คือ เงินที่อยู่กับเราได้ถูกนำออกไปใช้เเล้ว
    2.(2.1)บอกตัวเองให้เริ่มต้นการออมให้เร็วที่สุด
    (2.2)บอกตัวเองจะไม่ก่อหนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัว
    3.ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายให้เหมาะสมเเละออมเงินทุกๆเดือน

    นางสาว อรวรรณ ตั้งบัณฑิต ID:5001203041 C2/2

    ตอบลบ
  2. คำตอบ
    1.หาเงิน คือ การที่เราหาเงินมาเเล้วเงินยังอยู่กับเรา
    ใช้เงิน คือ เงินที่อยู่กับเราได้ถูกนำออกไปใช้เเล้ว
    2.(2.1)บอกตัวเองให้เริ่มต้นการออมให้เร็วที่สุด
    (2.2)บอกตัวเองจะไม่ก่อหนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัว
    3.ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายให้เหมาะสมเเละออมเงินทุกๆเดือน


    นายปุณยธร จินดารัตนวรกุล ID 5001203008 C2/2

    ตอบลบ
  3. 1.หาเงิน คือ การที่เราหาเงินมาเเล้วเงินยังอยู่กับเรา
    ใช้เงิน คือ เงินที่อยู่กับเราได้ถูกนำออกไปใช้เเล้ว
    2.(2.1)บอกตัวเองให้เริ่มต้นการออมให้เร็วที่สุด
    (2.2)บอกตัวเองจะไม่ก่อหนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัว
    3.ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายให้เหมาะสมเเละออมเงินทุกๆเดือน

    นาย พร้อมวุฒิ บุญเจริญ 5001103135

    ตอบลบ