วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

บทเรียนวิกฤตเศรษฐกิจโลกทุนนิยม
โดย ดร.ปัญญลักษณ์ อุดมเลิศประเสริฐ [30-10-2008]


วิกฤตการเงินสหรัฐอเมริกายังคงลุกลามขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงที่จุดใด ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐเองก็ยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในด้านการแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ดีมาตรการที่กำลังจะออกมารับมือกับเรื่องราวเหล่านี้ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าสถาบันทางการเงินที่กำลังมีปัญหาจะขานรับกับมาตรการที่ออกมามากน้อยเพียงใด

นักวิเคราะห์เชื่อกันว่าสาเหตุหลักของวิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้ เกิดจากปัญหาซัพไพร์มของผู้กู้เงินซื้อบ้านในประเทศสหรัฐอเมริกา ปัญหาดังกล่าวแท้จริงแล้วเกิดจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ หรือในที่นี้ก็คือบ้าน หรืออสังหาริมทรัพย์ในประเทศสหรัฐอเมริกา
ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าระบบการให้สินเชื่อในสหรัฐอเมริกานั้นต่างจากบ้านเรา การให้สินเชื่อในบ้านเรานั้นคิดการเป็นหนี้ต่อสถาบันการเงินตามมูลค่าที่ผู้กู้ยืมได้ยืมไป เช่น เมื่อกู้เงินซื้อบ้าน 3 ล้านบาทแล้วหากไม่สามารถชำระเงินกู้ได้นั้น สถาบันจะทำการยึดทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อขายทอดตลาดและหากมูลค่าไม่เพียงพอจากการชำระเงินกู้นั้นก็จะทำการยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมเพื่อให้ครบวงเงินที่ได้กู้ยืมไป ซึ่งต่างจากการกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านในประเทศสหรัฐอเมริกาเนื่องจากการกู้เงินดังกล่าวเป็นการกู้ซื้อสินทรัพย์นั้นๆและหากผู้กู้ไม่สามารถชำระสินทรัพย์ดังกล่าวได้ ก็เพียงแค่ถูกยึดสินทรัพย์ดังกล่าวไปเท่านั้น
สาเหตุที่ทำให้ผู้กู้ไม่ชำระเงินกู้แก่สถาบันการเงินนั้น ไม่ใช่เพราะเพียงศักยภาพที่ถดถอยลงของผู้กู้ยืมเท่านั้น แต่หากเป็นการลดลงของราคาสินทรัพย์เหล่านั้น เช่น บ้านที่เคยผ่อนอยู่มูลค่า 10 ล้านดอลล่าร์แต่จู่ๆ ก็ด้อยค่าลงเหลือเพียง 7 ล้านดอลล่าร์ทำให้ผู้กู้ไม่อยากชำระเงินต้นดังกล่าวเพราะราคาสูงเกินความเป็นจริง ดังนั้นการปล่อยให้ถูกยึดสินทรัพย์ดังกล่าวนั้นอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากกว่า เพราะหากสถาบันการเงินนั้นยึดบ้านไปแล้ว ก็สามารถขายทอดตลาดตามมูลค่าที่เหลืออยู่เท่านั้นโดยไม่กระทบต่อทรัพย์สินอื่นๆของผู้กู้เลย
ในบ้านเรานั้นได้มีนักวิเคราะห์หลายๆท่านออกมาบอกกล่าว และวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ซึ่งลุกลามไปยังยุโรปและกำลังจะกลายเป็นปัญหาของโลกไปแล้วนั้น นักวิเคราะห์กำลังมองว่าโลกเรานี้ ถูกขับเคลื่อนไปด้วย ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญหลายอย่างด้วยกัน เช่น
-พลังงานซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนทุนนิยมในช่วงเวลาหลายสิบปี โดยพลังงานที่สำคัญก็คือ "น้ำมัน" ต้นเหตุของโลกทุนนิยมจะโตหรือไม่โตอยู่ที่น้ำมันจนกว่าจะมีพลังงานทดแทนใหม่เข้ามาที่สำคัญที่อาจเป็นไปได้ว่าเป็นพลังงานไฮโดรเจนซึ่งคาดว่าระยะเปลี่ยนผ่านตรงนี้กว่าจะเกิดขึ้นต้องใช้เวลาประมาณ 10 ปี ซึ่งในช่วงระหว่างนี้ทุนนิยมจะปั่นป่วนเพราะต้องหาพลังงานมาทดแทน จากความสำคัญนี้นี่เองก็ทำให้เกิดการเก็งกำไรจากความจำเป็นในการใช้มากยิ่งขึ้น
-ในโลกทุนนิยมนั้น พบว่าได้มีสัดส่วนเงินทุนสูงมากถึงประมาณ 52 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐส่วนใหญ่ คือเงินออมซึ่งอยู่ในรูปแบบกองทุนต่างๆ เช่นกองทุนบำเหน็จบำนาญของประเทศต่างๆ ซึ่งพยายามทำกำไรให้แก่กองทุนดังกล่าวในรูปแบบการเก็งกำไรรูปแบบต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมานั้นผลกำไรจากการลงทุนนั้นสูงถึงกว่า 20% โดยในบางส่วนนั้นเป็นการเก็งกำไรจากการคาดการณ์ในทางตัวเลขไม่ใช่ Real Sector ซึ่งเรียกง่ายๆก็คือ การปั่นหรือเก็งราคาที่มีความเสี่ยงสูงนั่นเอง ผลจากความผิดพลาดที่เกิดนั้นแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ กรณีของเลห์แมนบราเธอร์สซึ่งได้ลุกลามเป็นปัญหาและกลายเป็นจุดจบของสถาบันการเงินเก่าแก่แห่งนี้ด้วย
-นอกจากนี้พลังของโลกทุนนิยมวันนี้ ต่างจากหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งไม่มีการตีมูลค่าที่แท้จริง แต่เมื่อมีการตั้งมูลค่าขึ้นมาเป็นตัวเลขที่สูงแล้วมีการด้อยค่าเมื่อเวลาผ่านไป ก็จะเกิดการขาดทุนในทางตัวเลข เช่นเดียวกับปัญหาซัพไพร์มที่มีการขาดทุนในทางตัวเลขเช่นเดียวกัน
จากข้อสันนิษฐานที่กล่าวมาสามารถสรุปได้ในเบื้องต้นว่า สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้โลกเราเกิดการสั่นสะเทือนในทางการเงินคือ "การเก็งกำไร" ด้วยการใช้ประโยชน์ในทางตัวเลข
การมองโลกในยุคทุนนิยมนั้นมีความแตกต่างกับยุควิวัฒนาการของอุตสาหกรรมหนักที่เป็นการทำกำไรในรูปแบบของการขายสินค้าหรือบริการอย่างแท้จริง
แต่ในยุคทุนนิยมนั้นผลิตภัณฑ์ในการทำกำไรนั้นได้เพิ่มรูปแบบเพื่อให้คนเราสามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นนั้นก็คือ “เครื่องมือทางการเงิน” ซึ่งก็อีกนั่นแหละว่าการทำเช่นนี้มีความเสี่ยง มีผลกระทบเป็นวงกว้างและหลากหลายรูปแบบเช่นอย่างที่ประชาชนอย่างเรากำลังเผชิญอยู่กับราคาน้ำมันที่แพงขึ้นที่เป็นผลจากการเก็งกำไรเมื่อนักลงทุนย้ายพอร์ตการลงทุนจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่สามารถทำกำไรได้ตามที่ต้องการ หรือราคาทองที่ถีบตัวสูงขึ้นจากการเก็งกำไรและปรับตัวเพิ่มขึ้น-ลดลงอย่างรวดเร็วและไม่มีสาเหตุที่ชัดเจนนอกจากการคาดการณ์ราคาไว้ล่วงหน้า
อาจเป็นไปได้ว่ามนุษย์เรานั้นมีความรู้ความเข้าใจในทางเศรษฐศาสตร์มากยิ่งขึ้น เรารับรู้และเล่นเกมส์กับกลไกทางเศรษฐศาสตร์ได้อย่างเชี่ยวชาญ เรารับรู้ว่าถึงการสร้างมูลค่าจากหลักการอุปสงค์-อุปทาน (Demand-Supply) เพื่อใช้มันในการทำกำไรให้แก่เรา
แต่เราอาจลืมนึกถึงความเป็นไปได้ในความเป็นจริงว่า การทำกำไรในรูปแบบดังกล่าวมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด และจะมีผลกระทบกลับมายังระบบอย่างไรบ้าง
การมองโลกด้วยเหตุ และผลรวมทั้งการบริหารความเสี่ยงอาจช่วยให้เราฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้ วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้อาจหนักหน่วง กินเวลาอีกยาวนานและเป็นบทเรียนสำคัญอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้เราได้รู้จักกับโลกเราดียิ่งขึ้น..


คำถาม..
1.สาเหตุหลักของวิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้ เกิดจากอะไร
2.พลังงานที่สำคัญที่เป็นตัวขับเคลื่อนทุนนิยมคือพลังงานอะไร
3.ระบบการให้สินเชื่อในสหรัฐอเมริกาต่างจากไทยอย่างไร

จัดทำโดย นางสาว สุภาพร โสภารี 5001103157 C2/1

3 ความคิดเห็น:

  1. ตอบ
    1.เกิดจากปัญหาซัพไพร์มของผู้กู้เงินซื้อบ้านในประเทศสหรัฐอเมริกา
    2.พลังงานที่สำคัญก็คือ "น้ำมัน"และพลังงานทดแทนคือพลังงานไฮโดรเจน
    3.การ ให้สินเชื่อในบ้านเรานั้นคิดการเป็นหนี้ต่อสถาบันการเงินตามมูลค่าที่ผู้กู้ ยืมได้ยืมไป เช่น เมื่อกู้เงินซื้อบ้าน แล้วหากไม่สามารถชำระเงินกู้ได้นั้น สถาบันจะทำการยึดทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อขายทอดตลาดและหากมูลค่าไม่เพียงพอ ก็จะทำการยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมเพื่อให้ครบวงเงินที่ ได้กู้ยืมไป
    ซึ่ง ต่างจากการกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านในประเทศสหรัฐอเมริกา หากผู้กู้ไม่สามารถชำระ สินทรัพย์ดังกล่าวได้ ก็เพียงแค่ถูกยึดสินทรัพย์ดังกล่าวไปเพียงเท่านั้น

    นาย ศรวัฒน์ พรชัยสำเร็จผล 5001203009 C2/2 กลุ่ม7

    ตอบลบ
  2. 1.เกิดจากปัญหาซัพไพร์มของผู้กู้เงินซื้อบ้านในประเทศสหรัฐอเมริกา
    2.พลังงานที่สำคัญก็คือ "น้ำมัน"และพลังงานทดแทนคือพลังงานไฮโดรเจน
    3.การ ให้สินเชื่อในบ้านเรานั้นคิดการเป็นหนี้ต่อสถาบันการเงินตามมูลค่าที่ผู้กู้ ยืมได้ยืมไป เช่น เมื่อกู้เงินซื้อบ้าน แล้วหากไม่สามารถชำระเงินกู้ได้นั้น สถาบันจะทำการยึดทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อขายทอดตลาดและหากมูลค่าไม่เพียงพอ ก็จะทำการยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมเพื่อให้ครบวงเงินที่ ได้กู้ยืมไป
    ซึ่ง ต่างจากการกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านในประเทศสหรัฐอเมริกา หากผู้กู้ไม่สามารถชำระ สินทรัพย์ดังกล่าวได้ ก็เพียงแค่ถูกยึดสินทรัพย์ดังกล่าวไปเพียงเท่านั้น


    นาย วิศรุฒิม์ ชูเดช 5001203038

    ตอบลบ
  3. 1.เกิดจากปัญหาซัพไพร์มของผู้กู้เงินซื้อบ้านในประเทศสหรัฐอเมริกา
    2.พลังงานที่สำคัญก็คือ "น้ำมัน"และพลังงานทดแทนคือพลังงานไฮโดรเจน
    3.การ ให้สินเชื่อในบ้านเรานั้นคิดการเป็นหนี้ต่อสถาบันการเงินตามมูลค่าที่ผู้กู้ ยืมได้ยืมไป เช่น เมื่อกู้เงินซื้อบ้าน แล้วหากไม่สามารถชำระเงินกู้ได้นั้น สถาบันจะทำการยึดทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อขายทอดตลาดและหากมูลค่าไม่เพียงพอ ก็จะทำการยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมเพื่อให้ครบวงเงินที่ ได้กู้ยืมไป
    ซึ่ง ต่างจากการกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านในประเทศสหรัฐอเมริกา หากผู้กู้ไม่สามารถชำระ สินทรัพย์ดังกล่าวได้ ก็เพียงแค่ถูกยึดสินทรัพย์ดังกล่าวไปเพียงเท่านั้น

    นาย พร้อมวุฒิ บุญเจริญ เลขทะเบียน 5001103135

    ตอบลบ